วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ส่งงาน ผศ.ดร. วิชิต อู่อ้น เรื่อง Price โดย น.ส.ชลธิชา อยู่พ่วง

 
ราคา  
 (Price)


ความหมายของราคา
     ราคา (Price) หมายถึง  จำนวนเงินที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน (วิภา วังศิริกุล 2552)  และใช้กำหนดมูลค่าของสินค้าหรือบริการ  ที่ลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการนั้นๆ (ธิดารัตน์ โชคบัณฑิต 2549) และราคายังถูกลูกค้าใช้เป็นตัวประเมินคุณภาพของสินค้าหรือบริการว่ามีความเหมาะสมกับมูลค่าของเงินที่จ่ายไปหรือไม่ (นพวัฒน์ การะเกด 2552) ถ้าหากเหมาะสมกับเงินที่จ่ายไปลูกค้าก็จะเห็นว่าสินค้าหรือบริการนั้นคุ้มค่าหรือคิดว่าราคาสินค้าหรือบริการนั้นไม่แพง  ในทางตรงกันข้ามหากลูกค้าคิดว่าเงินที่จ่ายไปไม่เหมาะสมกับคุณค่าของสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าได้รับ  ลูกค้าก็จะคิดว่าไม่คุ้มค่าหรือราคาแพงไป (พัฒนา เทวนิยมพันธ์ 2550)


องค์ประกอบราคา

     ในการตั้งราคาสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งประกอบด้วยปัจจัยมากมาย  แต่ปัจจัยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมีด้วยกัน 5 ประการ ดังนี้ (ธิดารัตน์ โชคบัณฑิต 2549)

     ต้นทุน  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินการผลิตสินค้า หรือบริการ ก่อนที่กิจการจะกำหนดว่าอยากได้กำไรเท่าไร  กิจการควรที่จะตั้งราคาและคำนวณต้นทุนทั้งหมดออกมาให้เรียบร้อยก่อน  ทั้งค่าวัตถุดิบ  ค่าแรงงาน  ค่าใช้จ่ายในการผลิต  ค่าขนส่ง  ค่าโฆษณา และอื่นๆ

      กำไร  เป็นสิ่งที่ทุกกิจการควรคำนึงถึงตลอดเวลาในกระบวนการตั้งราคา  เพราะกำไรเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความสามารถของธุรกิจและสามารถที่จะอยู่ได้ถึงอนาคต  ผู้ประกอบการของหลายๆ กิจการอาจมองข้ามเป้าหมายนี้ไป ซึ่งการที่ตัดราคาสินค้ากันเองเป็นสิ่งที่ทุกกิจการไม่ควรกระทำ  แต่สิ่งที่ควรจะทำก็คือการหันมาปรับราคาและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าให้มากขึ้น  เพื่อเป็นการทำกำไรให้ถึงเป้าหมายตามที่กิจการต้องการ

     ความต้องการของตลาด  ในการกำหนดราคามักจะขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด  คือถ้าสินค้าในช่วงเวลานั้นมีความต้องการจากผู้บริโภคสูงในการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการก็ย่อมสามารถที่จะกำหนดสูงได้  และในทางกลับกันถ้าหากสินค้าและบริการในขณะนั้นไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค  การกำหนดราคาของสอนค้าหรือบริการนั้นก็จะลดลง   ดังนั้น ราคาของสินค้าหรือบริการจึงมีความยืดหยุ่นและปรับตัวขึ้นลงได้ตามตลาดอยู่ตลอดเวลา

     คู่แข่ง   ราคาสินค้าของคู่แข่งนั้นมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าค่อนข้างมาก  ถ้าสินค้าเจ้าหนึ่งมีราคาถูกกว่าและเมื่อเทียบกับคุณภาพและวัตถุดิบแล้วมีความใกล้เคียงกัน  ผู้บริโภคก็มักจะเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่าเพราะคุณภาพไม่แตกต่างกันมาก  ดังนั้นการตั้งราคาจากต้นทุนและความต้องการของตลาดนั้นอาจไม่เพียงพอด้วยซ้ำไป

     คุณค่าที่รับรู้ในสายตาผู้บริโภค   ความรู้สึกของผู้บริโภคที่เกิดจากการรับรู้ถึงคุณภาพโดยรวม  หรือคุณภาพที่เหนือกว่า  และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ ซึ่งการตัดสินใจซื้อเกิดจากการยอมรับของผู้บริโภคว่าคุณค่าหรือคุณภาพของสินค้านั้น  สูงกว่าราคาของสินค้า (สุชาดา ร่มไทรทอง 2551)
การประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบ

Input คือ องค์ประกอบที่ควรคำนึงถึงในการตั้งราคาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งประกอบด้วย ต้นทุน  กำไร  ความต้องการของตลาด คู่แข่ง  คุณค่าที่รับรู้ในสายตาผู้บริโภค 
Process คือ กระบวนการที่ใช้ในการตั้งราคา
Output คือ  การประเมินผลที่ออกมาจาก จะดูจากยอดขายที่เกิดขึ้น รวมถึงกำไรได้ตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

สรุปการประยุกต์ใช้

     ราคาเป็นส่วนหนึ่งของ Marketing Mix หรือที่เรารู้จักกันดีคือ 4P ซึ่งราคาจะเป็นตัวเดียวที่ก่อให้เกิดรายได้ ส่วนตัวอื่นจะมีผลต่อต้นทุนด้วยกันทั้งนั้น  การตั้งราคาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ  ดังนั้นในการจะตั้งราคาของสินค้าหรือบริการจึงควรที่จะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  และการจะวัดว่าการตั้งราคานั้นประสบผลสำเร็จหรือไม่  สามารถดูได้จากตัวชี้วัดของราคา ดังนี้  คือ ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่กิจการได้ตั้งไว้  รวมทั้งผลกำไรนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยบริษัท 
 


 บรรณานุกรม


พัฒนา เทวนิยมพันธ์. (2550). กลยุทธ์การตั้งราคาของธุรกิจฟิตเนส, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพมหานคร.
 




วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ส่งงาน ผศ.ดร. วิชิต อู่อ้น เรื่อง Advertising โดย น.ส.ชลธิชา อยู่พ่วง


Advertising

โฆษณา

ความหมายของโฆษณา

โฆษณา คือ การสื่อสารเพื่อนำเสนอข้อดีหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคโดยใช้วิธีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการผ่านสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือ social media ในวิธีการและกลยุทธ์ทางการตลาด ด้วยเหตุผลจริง เพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมคล้อยตาม (ปนัดดา ตันสุวรรณรัตน์ 2553) (ผดุงศักดิ์ ตั้งติระโสภณ 2552) หรือ อยากจะซื้อสินค้านั้นๆ โดยมีผู้สนับสนุนหรือเจ้าของสินค้าระบุไว้

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของการโฆษณาในประเทศไทย* ไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่าการโฆษณาเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เข้าใจว่าการ โฆษณาของไทยนั้นคงมีมาแต่ครั้งโบราณกาลนับตั้งแต่คนไทยเริ่มมีสินค้า มีคนขายและคนซื้อ การโฆษณาสินค้าของคนไทย ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ คือ การร้องขายสินค้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย โดยอาศัยการบอกกล่าวขายสินค้าของตนไปยัง ลูกค้าโดยตรง ซึ่งรูปแบบของการโฆษณาสินค้าในลักษณะนี้ ยังคงสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน

 

องค์ประกอบของโฆษณา

ประกอบไปด้วยส่วนประกอบ 4 ประการได้แก่

1.      ผู้โฆษณา (Advertiser) คือ เจ้าของสินค้าหรือบริการ ประสงค์จะทำการโฆษณา โดยยินยอมที่จะรับผิดชอบกับค่าใช้จ่าย ที่เกิดจากกระบวนการทำโฆษณาทั้งหมด

2.      บริษัทตัวแทนโฆษณา (Advertising Agency) คือ บริษัทที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้โฆษณา ให้ทำการออกแบบและผลิตโฆษณาต่างๆ

3.      สื่อโฆษณา (advertising media) คือ การเผยแพร่ข้อมูลหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ (ฐิติรัตน์ แก้วผนึกรังษี 2556)

4.      ผู้บริโภค(consumer) คือ ผู้ที่ยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ซึ่งเลือกจากความต้องการและความพอใจ โดยอาศัยการรับรู้ข่าวสารสินค้าผ่านสื่อโฆษณาเป็นการช่วยตัดสินใจ


 

การประยุกต์ใช้

การโฆษณาเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน เพราะโฆษณาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ไปยังกลุ่มผู้บริโภค ดังนั้นการที่จะทำโฆษณาให้เข้าถึง และ ครองใจผู้บริโภคจะต้องมีกระบวนการเป็นขั้นตอน มีนักการตลาดมาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค มีกลยุทธ์ต่างๆ ในการนำเสนอเพื่อดึงดูดและให้กลุ่มผู้บริโภคคล้อยตามเพื่อซื้อสินค้า หากโฆษณาสามารถสร้างความรับรู้และความต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

 

ฐิติรัตน์ แก้วผนึกรังษี (2556). การโฆษณาผ่านสื่อ Super Mart TV ของร้าน 7-Eleven ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ในกรุงเทพมหานคร, มหาวิทยาลัยรามคำแหง่
ปิยะพล หรูรักวิทย์ (2551). การโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์กลางแจ้งต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร เอสแอนด์ พี, มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ดุงศักดิ์ ตั้งติระโสภณ (2552). ความพึงพอใจภาพยนต์โฆษณารณรงค์การดื่มนมของคู่สมรสใหม่, มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

พิรดา สุริโย (2553). ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาแฝง : ศึกษากรณีสินค้าประเภทให้โทษ, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.